บอกไว้ก่อนเลยว่า :น้ำหอมก็เหมือนกลิ่นกายเรานี่แหล่ะ แยกออกจากกันไม่ได้ กลิ่นดีเราก็จะรู้สึกรักตัวเราเอง  ฉีดกลิ่นไม่โอเค ดมแล้วก็จะรู้สึกว่า "เอ๊ะ!! นี่มันไม่ใช่ตัวชั้นนี่นา"   หลายๆคนซื้อน้ำหอมเพราะแพคเก็จสวย เพราะชื่อ หรือเพราะคำโปรยที่บรรยายได้แสนจะมีเสน่ห์ น่าหลงใหล หวังว่าทุกคนจะได้พบกับน้ำหอมที่เหมาะกับตัวเองนะคะ รีวิวนี้ขอมอบให้กับทุกคนที่รักกลิ่นหอมแนว Citrus แบบเดียวกันกับเรา  

Hermes Un Jardin Sur Le Nil 
Top Notes :Carrot, Grapefruit, Tomato, Green Mango 
Middle Notes:   Orange, Peony, Bulrush, Blue hyacinth , Lotus
Base Notes:Labdanum, Iris, Cinnamon, Musk, Incense  
เป็นกลิ่นน้ำหอมที่เป็นตัวแทนฉันได้ดีที่สุดขวดนึง สะอาดสดชื่นไม่ฉุน กลิ่นสุดท้ายหอมละมุนนาน ขอแนะนำให้ลองใช้


Jo Malone Earl Grey & Cucumber
Top notes:Apple , Bergamot , Jasmine และ Aquatic Notes
Middle Notes:Cucumber , Angelica(ตังกุย) และ Davana
Base Notes:Vanilla, Bee waxs, Cedar และ Musk 
เวลาที่ไม่อยากใช้ Hermes Un Jardin Sur Le Nil  ก็จะเลือกพ่นเป็นตัวนี้แทน ตัวน้ำหอมให้สัมผัสถึงกลิ่นที่ต่อเนื่องหลากหลายชั้น แต่กลิ่นไม่ค่อยติดทนนาน 


Hermes Le Jardin De Monsieur Li
Top notes:Kumquat ส้มจี๊ด
Middle notes:Jasmine,บ๊วย,ไม้ไผ่
Base notes:Mint 
แม้ว่าช่วงต้นๆจะให้กลิ่นสะอาดสดชื่นเสมือนหนึ่งอยู่ในสวนดอกไม้ แต่ช่วงท้ายกลิ่นค่อนข้างฉุนจนปวดหัว ไม่ให้สัมผัสถึงความต่อเนื่องของกลิ่นเลย


MMM Maison Martin Margiela Lazy Sunday Morning
Top notes:Pear,Lily-of-the-Valley 
Middle Notes:ดอกไอริส,กุหลาบ และ Orange blossom 
Base Notes:White musk,Patchouli Indo และ Ambrette (Musk Mallow) 
ดีไซน์ขวดน้ำหอมได้แรงบันดาลใจมาจากขวดยาสมัยอดีต  ฉลากขวดทำจากผ้า Cotton  100%  ฉลากกล่องมีรูปโพราลอยด์โทนสีอ่อน ดูสลัวๆ ระบุชื่อน้ำหอมและเขียนบรรยายถึงเรื่องราวเบื้องหลังของกลิ่นหอมที่แตกต่างกัน ถ้าชอบ Jo Malone English Pear & Freesia ต้องไม่พลาดขวดนี้ กลิ่นติดทนนานมากๆ 


Armani Prive Pivoine Suzhou
Top notes:Mandarin ,Pink Pepper ,Raspberry 
Middle notes:กุหลาบและดอก Peony 
Base notes:Patchouli,Musk, Amber
ดูไฮโซทั้งรูปแบบขวดและตัวน้ำหอมที่ฟรุ้งฟริ้งระยิบระยับ มีครั้งนึงพอออกมาขายปั๊บก็ขาดตลาดเลย ทำให้ราคา 100ml ปั่นจากหลัก 1,000 หยวนวิ่งไปถึง 3,000 หยวน  แพงสุดๆ  แหม!บางครั้งก็อยากจะทำตัวเป็นสาวฉีดกับเค้ามั่ง ดมแล้วหอมแบบมีคลาสสุดๆ 


Jo Malone English Pear & Freesia
ไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆสำหรับขวดนี้ ฮอตฮิตดังระเบิด


Atelier Cologne Orange Sanguine
Top notes :    Red Orangeจากอิตาลี , Bitter Orangeจากสเปน และ ส้มอิตาลี
Middle notes:  Jasmine จากอียิปต์ ,Geranium จาก South Africa และพริกไทยดำจากมาดากัสการ์   
Base notes : Tonka bean จากบราซิล, Amberจากอินโดนิเซีย และ Sandalwood จากเท็กซัส 
เป็นน้ำหอมที่เหมาะจะใช้ในหน้าร้อน ฉีดแล้วตัวเองเสมือนกลายเป็นผลส้มผลนึงยังไงยังงั้น รู้สึกเย็นสดชื่น พอถึงกลิ่นตอนกลางจนถึงปลาย กลิ่นกลับเปลี่ยนเป็นสัมผัสที่หนักและซับซ้อนแต่น่าสนใจ 


Miu miu  EDP กลิ่นน้ำหอมสำหรับสาววัยแรกแย้ม 
แนวกลิ่น :Lily , Jasmine, กุหลาบ, กลิ่นแนวเขียวๆ 
เป็นน้ำหอมลูกรักช่วงนี้  ดมแล้วรู้สึกสบาย  คล้ายๆกลิ่นสบู่ของสาวแรกแย้ม แต่แน่นอนว่าไฮโซกว่ามาก และไม่ดูโหลแน่นอน 


Eau Plurielle by Diptyque
แนวกลิ่น:Citrus, Woody, Musk, Ivy และกุหลาบ
ตอนนั้นจำได้ว่าขวดนี้แหล่ะที่ถูกหลอกด้วยคำโปรยและชื่อที่ดูน่าสนใจ  แต่พอดมเท่านั้นเหมือนกลิ่นดอกกุหลาบแบบเกรดต่ำๆ  ให้ความรู้สึกแย่มากๆ 


Atelier Cologne Oolang Infini
Top notes : Bergamot ,Tunesian neroli,Preesia 
Middle notes :ชาอู่หลง,Jasmine,Blond Leather 
Base notes  :Tobaccoจากบอลข่าน, Guaiac Wood และ Musk 
ขวดนี้เดิมทีคิดไว้น่าจะเป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ สดชื่นเหมือนกลิ่นชา  ที่ไหนได้กลับเป็นกลิ่นเข้มข้นหนักๆออกแนวโบราณๆด้วย ให้จินตนาการถึงคนที่จะใช้ขวดนี้ได้ ต้องเป็นผู้ชายสไตล์หนวดเคราเยอะๆ แถมขนหน้าอกมากๆยังไงยังงั้นเลย ส่วนตัวบอกได้ว่าขวดนี้ไม่ประทับใจ 



น้ำหอม 2017 pantip,น้ำหอม 2018 pantip-รีวิวน้ำหอม 2017-แนะนำ น้ำหอม ผู้หญิง-น้ำหอม pantip,น้ำหอมชาย-น้ำหอม 2018 pantip,น้ำหอม 2018 pantip